PATTANAPONG's profileToShiKiKungPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 13

    เปลี่ยนสถานะจากนักศึกษามาเป็นมนุษย์เงินเดือน

    ตอนนี้ก็เริ่มจะเข้าใจระบบงานขึ้นมาบ้างแล้ว แต่อย่างหนึ่งที่รู้สึกว่ามันเป็นกันทุกที่รึเปล่าวะที่พนักงานจะไม่ค่อยชอบผู้บริหารสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับไหนก็ตาม อะไรประมาณนั้น ทำงานผ่านไปเกือบครึ่งเดือนแล้วก็รู้สึกว่ายังไม่ค่อยชินสักเท่าไหร่ก็เป็นคนนอนกลางวันทำงานตอนดึกหนิจะให้ทำงัยหละ ยังไม่ชินอะ ดีหน่อยที่ตื่นสายได้เพราะที่ทำงานไม่ค่อยไกลสักเท่าไหร่และมีรถขับไปทำงาน อะนะ วันนี้ไปซื้อโน๊ตบุคมาหมดไป 30000 พอดี ด้วยเงินกู้จากท่านพ่อ เหอๆ เก็บดอกด้วยว่างั้นเป็นเงินกู้ก้อนแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ที่มีมูลค่าเกือบ 40000 บาท เอาน่ามันจำเป็นต้องใช้ใน กู้มาเหอยังงัยก็ตังพ่อ แต่ต้องผ่อนเดือนละ 2000 บาท ตอนนี้ก็ยังมีตังเหลืออยู่แต่ว่าจะเก็บไว้ซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ อะนะ รอตังครบก่อน อืมต่อๆ วันนี้ไปซื้อโน๊ตบุคที่ตึกคอมศรีราชา แถวๆ ถนนบางแสนรถติดเอามากๆเลยแหละ แต่มันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเป็นอย่างนี้ทุกปีแหละ กลับมาก็ไปซื้อของที่บิกซี ใช้เวลาเกือบทั้งวันในการเดินทาง เหนื่อย แล้วก็กลับมาจัดห้องอีก ตอนนี้มาอยู่ไม่ถืงเดือนของจะล้นห้องอยู่แล้ว เอางัยดีวะถ้าเกิดย้ายของคงต้องใช้รถสิบล้อเลยมั้ง ช่วงสงกรานต์โรงงานปิดถึง วันที่ 20 เลยอะนะแต่ก็ไม่ได้กลับบ้านหรอก เพราะกลับไปแล้วตอนช่วงผ่อนผันทหาร ก็เลยคิดว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว ทำ OT ดีกว่าและตอนนี้งานเขียนโปรแกรมก็เข้ามาด้วย ไปเขียนโรงงานแหละจะได้เงินเดือนด้วย ไม่รู้จะเป็นงัยที่นี่เค้าก็หวังกับเรามากพอสมควรเหมือนกัน ไม่งั้นเค้าคงไม่รับเราเข้ามาหรอก เราเป็นวิศวะคอมคนแรกเลยมั้งในแผนก แต่ก็มีพี่ที่เค้าจบโท IT อยู่ ก็ดีหน่อย แต่รู้สึกงานพี่เค้าเยอะเอามากๆเลย เราอีกหน่อยก็คงโดนเหมือนพี่เค้าอะแหละมั้ง กลุ้มอยู่เหมือนกันนะพี่เอิร์ทพี่ที่เรียกเราเข้ามาอะ ตอนนี้รู้สีกเหมือนว่าจะอยากจะออกแล้ว เพราะเห็นว่ามีปัญหากับหัวหน้าหนิดหน่อย ว่างั้น ถ้าพี่เค้าออกไปเราคงแย่เหมือนกัน แต่ก็เอาน่า เราก็ต้องทนต่อไปเหมือนกัน แค่นี้เด็กวิดวะ มข.อดทนทรหดอยู่แล้ว สู้ๆ นะต้น เป็นกำลังใจให้เค้าด้วยนะ
    March 06

    สอบเสร็จแล้วแต่เรื่องของใจยังไม่จบ

    ณ เวลานี้สอบเสร็จทุกอย่างแล้ว ทุกๆอย่าง รอแค่ผลการสอบก็จะรู้ว่าจบหรือไม่จบ แต่เรื่องที่ยังไม่เคยจบคือเรื่องของใจ ไม่รู้สิไม่กล้า ถึงแม้จะมีโอกาศแล้วโอกาสเหล่าแต่ก็ยังไม่
    สามารถที่จะบอกออกไปได้ แล้วเมื่อไหร่เรื่องนี้ของกูจะจบสักที หรือปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ดีอยู่แล้ว เซงตัวเอง เซงหวะ
    February 09

    บายเนียร์ภาควิชา

    รู้สึกเหมือนเริ่มเมาๆหนิดหน่อยแล้วหละเรา แต่ว่าวันนี้บอกตามตรงว่าสนุกมากจนเกือบตี 4 ถึงได้เก็บของกัน โอ้ยสงสารน้องปี 1 อยู่เหมือนกันที่ปีนี้ดึกไปหน่อยอะนะ
    แต่สำหรับน้องปี 1 สามคนนี้บอกเลยว่าได้ใจมากๆ อิอิ อยู่จนงานเลิกเก็บของช่วย ยังงัยถ้าจบปีนี้นะ วันบัณฑิตจะตอบแทนอย่างเต็มที่เลย
    อีกไม่กี่วันแล้วนะก็จะจบแล้วคงสิ้นเดือนนี้คงจะจบจริงๆ  นะ ขอจบพร้อมเพื่อนเถอะ อยากรับปริญาพร้อมเพื่อนอะนะ
    อย่างว่าแหละงานบายเนียร์มีครั้งเดียวเท่านั้นปีนี้สุดๆจริงๆ บอกตามตรงว่าสุดยอด
    สำหรับเรื่องของความรักนั้นผมว่าเมื่อไหร่ที่ผมพร้อมผมคงจะบอกไปเองแหละ ถึงอะไรจะเกิดขึ้นผมก็ไม่สนหรอกแต่ก่อนจบผมขอเหอสักครั้ง
    ของความกล้าจงมีแก่ผมด้วยนะครับ ผมรักจริงๆนะ ถึงแม้ตอนนี้เหตุมันมากเหลือเกินผลนั้นยังไม่ยากจะคาดแม้มันจะมีแค่ 1 % ที่จะสำเร็จแต่ผมก็จะยามเสี่ยง
    บอกตามตรงว่าความรักมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะสำหรับผมแล้ว ทำโปรเจคยังไม่ยากขนาดนี้เลย
    ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่อยู่จนเลิกงาน ขอบคุณน้องๆ ที่คอยช่วยเก็บของกลับ ขอบคุณโลกกลมๆ ใปนี้ที่ทำให้เราได้พบกัน ขอบคุณนะ 4D4124348 ที่ทำให้ผมรู้จักกับคำว่ารักอีกครั้ง
    .......
    January 01

    ปีใหม่กับสิ่งใหม่

     หลายคนมองว่าปีใหม่คือจุดเปลี่ยนจุดที่จะทำให้เราได้เริ่มอะไรๆ ใหม่ๆในชีวิต
    งั้นชีวิตคน 1 คนโดยเฉลี่ยแล้วสามารถเริ่มอะไรใหม่ๆ ได้ 40 กว่าปี หรือมากกว่า
    แต่สำหรับผมแล้ววันที่ 31 ธันวาคม กับวันที่ 1 มกราคม มันก็เป็นเหมือนวันแค่ 1 วันที่เปลี่ยนไป
    ทุกๆ คนเราไม่สามารถจะเปลี่ยนอะไรภายในวันเดียวได้หรอก
    จริงปะ ยิ่งเรื่องของหัวใจด้วยแล้ว มันเป็นไปไม่ได้หรอก
    วันที่ผมคิดว่ามีความสำคัญสำหรับผมมีแค่วันเกิดผม
     เพราะมันทำให้ผมรู้ว่าผมมีอายุเพิ่มขึ้นอีกปีแล้วนะ
    แต่สำหรับปีใหม่ปีนี้ไม่ได้กลับบ้าน
    เพราะปีนี้ก็คงเป็นปีสุดท้ายแล้วที่ขอนแก่น
     ขออยู่ดูปีใหม่ที่ขอนแก่นสักปีจะเป็นไรไป
    ส่วนเรื่องของหัวใจอะนะก็ยังค้างคาใจอยู่เหมือนกัน
    คนที่เราแอบชอบรู้สึกยังงัย (มึงยังดูไม่ออกอีกเหรอสัดว่าเป็นยังงัย)
     เอาเหอถึงแม้ว่าเค้าไม่ชอบเราก็ได้ชอบเค้าไปแล้วหนิ
    ขออยู่อย่างนี้ก็ดีเหมือนกันไม่ต้องคิดอะไรให้มันมากมายปวดหัว
     ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบทำไมถึงแอบ(แอบนะไม่ใช่แอ๊บ)ได้นานขนาดนี้
    แต่ก็เอาเหอ มันได้ชอบไปแล้วหนิสาด
    ปีใหม่ปีนี้รู้สึกเศร้ากับน้องคนหนึ่งเหมือนกัน
    แม้จะได้ฟังน้องเค้าระบายให้ฟังแล้วก็รู้สึกสังคมมันเลวร้ายขนาดนี้เลยเหรอ
     ก็เป็นกำลังใจให้น้องเค้าสู้ต่อไป เค้าไม่รักก็อย่าไปคิดอะไรมากเลย
    จงสู้ต่อไปยืนหยัดได้สองขาของเราสู้ต่อไปนะน้อง
    December 11

    นัวเนียร์ 20

    คงไม่สายไปนะ ถ้าจะกล่าวถึง
    ครั้งนี้ก็เป็นนัวเนียร์ครั้งที่ 20 แล้วอะนะ รู้สึกเหมือนมันยาวนานมากเลยนะ
    สำหรับนัวเนียร์ครั้งนี้บอกเลยว่ารู้สึกเหนื่อยใจมากกว่าเหนื่อยกับการทำงาน (ก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรแล้วหนิ)
    ที่เหนื่อยใจก็เป็นเพราะว่าเราจะดูแลน้องได้ดีพอรึเปล่า เราจะทำให้น้องในปีนี้เป็นยังงัยบ้าง
    เราจะรักษาความรู้สึกให้กับน้องเหมือนกับตอนเราเข้ามาอยู่ในฝ่ายนี้ได้รึเปล่า
    ปีนี้เหมือนว่าจะวางแผนกันดีกว่าปีที่แล้วเยอะ แต่ก็ช้ากว่าปีที่แล้วอยู่เหมือนกัน อาจเป็นเพราะหลายปัจจัยที่มันรายล้อมที่เราคิดไม่ถึง
    แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว งานทุกอย่างถ้าไม่มีปัญหามันก็ง่ายเกินไป ปัญหามีไว้แก้ไม่ได้มีไว้ให้หนี...
    สำหรับความรู้สึกส่วนตัวแล้วรู้สึกเหมือนๆปีที่ผ่านมา แต่ในช่วงแรกๆ กังวลมากกลัวว่าความสัมพันธ์ในฝ่ายเองมันก็สั่นคลอนอยู่บ้างอาจจะเหมือนคิดไปเอง
    แต่ความรู้สึกมันบอกอย่างนั้นการทำนัวเนียร์บอกตามตรงว่าไม่อยากให้มีการ work @ home เพราะมันเป็นกิจกรรมหลักเลยที่จะได้ให้น้องๆ ได้เข้ามาทำงานร่วมกัน
    พบปะกัน เข้ามารู้จักรุ่นพี่ พูดถึงสมัยตอนอยู่ปีหนึ่ง เวลา วิดีโอไปถ่าย ฝ่ายอื่นๆ ก็จะไปช่วยกัน Graphic ถ้าว่างก็ไปช่วยจับไฟ ภาพนิ่งอะไปอยู่แล้วถ่ายรูปไปเรื่อย
    ส่วนเราก็ไปฝ่ายไปทั่วก็ไปตลอดอยู่แล้วเพราะก็อยู่ Graphic และก็ทำในส่วนของหน้าม่านด้วย มันรู้สึกผูกพันธ์กันดีมากกว่านี้เยอะ
    ถ้าจะพูดไปว่าน้องสนิทกันรึเปล่าก็พูดว่าสนิทกันแล้วกัน แต่ก็ยังเหมือนเป็นกลุ่มๆอยู่บ้างตามที่มองนะ แต่น้องอาจจะดูว่าสนิทกันอยู่
    สำหรับปี 1 ก็ฝากว่ารักกันมากๆนะ ปีนี้ก็น้องเยอะมากๆ อยากให้อยู่อย่างนี้กันต่อไป และปีนี้น้องได้ทำงานกันเรียกว่าเต็มตัวเลยทีเดียวก็ว่าได้
    ต้องขอบคุณปี 3 ที่วางระบบมาแบบนี้ ให้น้องได้ทำงานกันอย่างทั่วถึง 555+ ก็ขอให้อยู่กันต่อๆไป ยังงัยตอนนี้พวกนายก็เป็นเกียร์กันแล้ว
    Gear 45 จะขับเคลื่อนต่อไปไม่ได้ถ้าขาด Gear 44 ดังนั้นจงทำต่อไปเพื่อน้องปีต่อไป
    สำหรับปี 2(Gear43) ปีนี้ถือว่าทำงานได้ดีพอควร ต้องขอบคุณน้องกล้วยที่ติดต่องานทุกอย่างกับฝ่ายอื่นๆ เรียกได้ว่าติดต่องานได้ดีมากๆเลยก็ว่าได้
    ส่วนน้องคนอื่นๆก็ทำได้ดีแล้ว แต่ก็อยากให้มาดูแลน้องให้คำแนะนำกับน้องให้มากๆ อาจจะดูเหมือนว่าพี่พูดไซโคไปเยอะแต่ว่าก็อยากให้พวกแกคิด คิดให้มากกว่านั้น
    ไม่ใช่อยากจะทำนะแต่ว่าอยากให้แกคิดด้วยตัวเองมากกว่าโตๆกันแล้ว เรื่องเวลาพี่ให้ความสำคัญกับมันมากนะ ปีหน้าก็คงไม่มีพี่มาไซโคพวกแกแล้วหละ ทนเอาหน่อยแล้วกัน
    สำหรับปี 3 (Gear42) ปีนี้พวกแกทำหน้าที่ได้สมบูรณ์พอควร ถ้าเอาข้อดีของแต่ละคนมารวมกันพี่ว่าพวกแกสุดยอด แต่ปีนี้ติงเรื่องเดียวคือหลังๆรู้สึกว่าต้นจะไม่ค่อยเข้ามาดูน้องสักเท่าไหร่นะ
    ส่วน Video ก็รู้สึกจะชล้าใจกันมากมาย ทั้งตอนถ่ายตัดสด อาจเป็นเพราะอุปกรณ์เราได้มาช้าแต่การเช็คน่าจะรอบคอบมากกว่านี้ ปีนี้เสียงไม่แน่ใจว่าจะแก้ไขได้มากแค่ไหนรวมทั้งถ่ายมาแค่ 2 รอบ
    ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้างเวลามาตัด แต่ก็ต้องรอกันต่อไป ยังงัยจะทำอะไรเพิ่มก็ควรทำสิ่งที่เคยทำมาให้สมบูรณ์ก่อน ก็คงมีแค่นี้
    ส่วนปี 4 ในปีนี้ ก็อะนะ ไม่ขอพูดถึงแล้วแต่น้องจะคิดแล้วกัน 
    ปีนี้อย่างหนึ่งที่อยากฝากไว้คือเรื่องของการตามงานทั้งนอกฝ่ายและในฝ่ายยังไม่เป็นระบบเท่าที่ควร ควรจะปรับปรุงอย่างยิ่ง
    November 07

    ความรู้สึกกับคำว่าไม่มีความรู้สึก

    ไม่มีความรู้สึกมันก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ไร้ความรู้สึก
    แต่ความรู้สึกมันถูกเก็บไว้ภายในใจบางครั้งมันดูเหมือนไม่มีความรู้สึก
    ความรู้สึกบางอย่างแสดงออกมามากไปก็ดูไม่ควร
    ความรู้สึกบางอย่างเก็บมันไว้ซะก็ดีถ้ามันจะทำให้ใครหลายคนมีความรู้สึกที่ไม่ดี
    ความรู้สึกบางอย่างพยายามจะปล่อยออกมา แต่ความกล้ามันไม่มีความรู้สึกจึงถูกเก็บไว้ต่อไป
    ความกลัวมีผลกระทบต่อความรู้สึกอย่างรุนแรง
    ความกล้าน้อยมากที่จะมีผลกระทบต่อความรู้สึกของใครบางคน
    ความรู้สึกมีค่าในบางเวลาแต่บางเวลาก็ไม่มีความสำคัญ
    ความรู้สึกทำให้เกิดได้ทั้งความสุขและความทุกข์
    สุดท้าย
     
     
    " ไร้ซึ่งความรู้สึก คำว่ารักก็คงไม่เกิด...."
    November 05

    เพื่อเธอ

    เพลงความหมายดีๆ ที่ซึ่งๆเพราะๆน่าฟังชอบๆ

    เพลง:  เพื่อเธอ

    นักร้อง นภ พรชำนิ

    รู้ตัวหรือเปล่า เธอทำอะไรให้ชีวิตของฉัน
    มากมายเท่าไร ที่ได้จากการที่มีเธออยู่ข้างกัน

    *เป็นความอบอุ่นในหัวใจ เป็นความยิ่งใหญ่ของทุกวัน
    เป็นจุดมุ่งหมาย และเรี่ยวแรงใจอันสำคัญ

    **เพราะว่าเธอนั้นคือ ดวงใจของฉัน
    ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
    ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว
    ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน ตลอดไป
    (ขอเพียงยังมีเธอเดินเคียงข้างฉัน)
    (ขอเพียงยังมีเราอยู่ด้วยกัน ฉันก็สุขใจ )

    รู้สึกหรือเปล่า เธอเติมอะไรให้วันคืนเหล่านั้น
    เนิ่นนานเท่าไร ได้สุขจากการที่มีเธออยู่ใกล้กัน

     

     

    October 31

    ไม่รู้เหมือนกัน...

    ก็อย่าว่ากันแล้วกันนะ แต่ตรงนี้มันเป็นที่ระบายอารมณ์ของผมจริงๆ แหละ ถ้าจะพูดตามตรง ตอนนี้เป็นเวลา 2.52 น. ของวันที่ 31 ตุลาคม 2550 สมองกำลังแล่น มีแอลกอฮอร์ในเลือดเล็กน้อย
    หวังเล็กๆ ว่าใครคนนั้นจะมาอ่าน เค้าไปเล่น hi5 กันแล้วหละ
     
    ก็เริ่มเลยแล้วกัน อันที่จริงผมแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งมาตั้งแต่ปี 1 แล้วหละเท่าที่จำได้ครั้งแรกที่เจอเธอก็คงเป็นการเข้าภาควิชาครั้งแรก
    ที่พี่ๆ ให้นั่งกันตามสายรหัสแล้วถามชื่อกัน จำไม่ได้เหมือนกันว่าวันนั้นใช่วันที่ไปลงทะเบียนรึเปล่าไม่แน่ใจ แต่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เธอเป็นเด็กที่เรียกว่าเพิ่งจบ ม.ปลายมาอะนะ ก็ยังดูทรงผมธรรมดาเหมือนเด็กทั่วๆที่เพิ่งจบม.ปลายทั่วไป แต่อัธยาศัยที่ดีของเธอทำให้รู้สึกดีเมื่อได้คุย ก็แปลกเหมือนกันว่าทั้งสายรหัสส่วนใหญ่ปี 1 จะได้เรียน sec. เดียวกันเกือบหมด ยกเว้น eng ที่ตามคะแนนเอ็นที่เข้ามา
    แต่ผมเหมือนเป็นตัวเศษของสายทั้งๆที่เป็นต้นสายแท้ๆ ปี 1 ผมไม่ได้เรียนวิชา sec เดียวกับเพื่อนสายแม้แต่ตัวเดียว แต่กลับไปแจม sec. นั้นที sec. นี้ทีไม่ค่อยเจอเพื่อนซ้ำหน้ากันนัก ประมาณเหมือนส่วนเกินประมาณนั้นยิ้มแฉ่ง ส่วนใหญ่ก็จะได้เรียนกับเพื่อนภาควิชาเกษตร
    ทำให้ไม่ค่อยได้เจอหน้าเธอคนนั้นสักเท่าไหร่เขินอาย 
    และอีกอย่างคือแทบทุกครั้งที่ประชุมรุ่น สายผมจะเลี้ยงสายตลอด ไม่มีโอกาสได้เข้าประชุมรุ่นสักเท่าไหร่ อย่างตอนเลือกฝ่ายนัวเนียร์เหมือนกัน ทำให้ผมต้องหาฝ่ายอยู่โดยการอาศัยการถามเพื่อนและเข้ากับมัน ที่เข้า หน้าม่านเพราะบักตั้มบอกว่าอยู่หน้าม่านกันมันก็อยู่
    และผ่านไปไม่นานมันก็หายออกจากหน้าม่าน และให้ผมเผชิญชะตากรรมต่อไป ผมเป็นคนขี้อาย พูดไม่เก่ง ก็เลยถือว่าเป็นโอกาสดีที่เข้าหน้าม่าน อาจช่วยให้หน้าด้านมากขึ้น และโดยส่วนตัวแล้วผมชอบและอยากอยู่ฝ่ายเทคโน จำได้วันแรกคือวัน Audition ของฝ่ายดนตรีที่พี่เสกเอากล้องภาพนิ่งมาต่อกับ TV และ Record ลงม้วน VDO ซึ่งตอนนั้นเธอก็เป็นคนถ่าย ก็เลยแอบๆไปดูและก็ขอตามเข้าฝ่ายด้วย และก็ไปขอพี่เสกเข้าฝ่าย ถ้าไม่ได้เธอผมก็คงไม่ได้ รู้ว่าเค้าประชุมฝ่ายกันวันไหน ทำอะไรบ้าง และผมคงไม่ได้อยู่ เทคโนอย่างวันนี้หรอก 
    ผมเริ่มรู้สึกเหมือนเวลามันผ่านไปเร็วมากๆ ที่จริงตอนปี 1 รู้สึกเหมือนเธอจะผมหยิกเล็กน้อย และเทอมสองรู้สึกจะเริ่มยืดผมตรง
    แต่ผมชอบตอนเธอทำผมรอนตรงปลายและไว้ผมยาวดูน่ารักดี แลบลิ้น 
    จนถึงวันนี้มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย ถ้าจะให้พูดไป เพื่อนๆ ผมก็คงจะเดาออกว่าใคร ดังนั้นขอคิดดูก่อนแล้วกัน นี่ก็ดึกแล้วเหมือนกัน
    พรุ่งนี้ต้องปฐมนิเทศปี 4 อีก ก็ขอสรุปว่า
    "ไปรับน้องผมพยายามหาโอกาสที่จะบอกให้เธอรู้โดยที่ผมไม่อยากสนใจอะไรแล้ว ที่ผ่านๆมาไม่กล้าบอกเพราะว่ามันมีเหตุผล
    เราเป็นเพื่อนสายกัน เป็นเพื่อนฝ่ายเดียวกัน หากบอกไปก็คงทำให้เราคุยกันลำบากขึ้นหรืออาจจะไม่เจอผมอีกเลยก็ได้ แต่ตอนนี้ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่ผมอยากบอกให้เธอรู้ สรุปสุดท้ายก็ไม่ได้บอกด้วยปาก เพราะว่าผมไม่ชอบเลียนแบบใคร แม้จะคิดไว้ก่อนแล้วก็เหอ
    ปล่อยให้บางคู่เค้าบอกรักกันริมชายหาดเหอ ผมไม่อยากไปทับรอยใคร เลยส่ง sms บอกความในใจไป แต่ก็ไม่รู้ว่าเธอได้รับรึเปล่า
    ถ้าเธอไม่ได้รับก็เป็นเรื่องไม่แปลกที่เรายังคุยกันปกติ แต่ถ้าเธอได้อ่านแล้ว แล้ววันนี้ก็ยังคุยกันปกติเหมือนเดิมผมก็ดีใจแล้วว่า
    อย่างน้อยผมก้ไม่เสียเพื่อนไป ผมก็รู้อยู่ในๆอยู่แล้วว่าถ้าเป็นอย่างนี้ก็แสดงว่าเธอไม่ตอบรับผมนั่นเอง แต่ผมก็ทำใจไว้นานแล้วหละ
    ก็ผมไม่หล่อ ไม่ได้ดูดี จะพูดไปแทบจะไม่มีอะไรดีให้ใครมองเลยก็ว่าได้ แต่อะนะเรื่องของหัวใจมันห้ามกันไม่ได้จริงๆ ขอโทษด้วยแล้วกันถ้าทำให้เธอเสียความรู้สึก ถึงรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็ตาม อยากบอกว่า รักนะ สั้นๆ ได้ใจความ แต่ไม่มีเหตุผลมากไปกว่าสิ่งที่จิตใต้สำนึกมันเรียกร้อง (ลืมพูดไปไม่รู้ว่าตอนที่ผมเมาจนขาดสติตอนที่เลี้ยงฝ่าย เอนเตอร์เทน ผมหลุดปากออกไปรึเปล่า ถ้าตอนนั้นหลุดออกไปแล้วเธอก็คงจะรู้ตั้งนานแล้วว่าผมแอบชอบเธอ ) แค่นี้ก่อนแล้วกันรู้สึกง่วงแล้ว  จบการเขียนเวลา 3.29 น.
     
     

    อยากรู้จังความรักสำหรับเธอคืออะไร

    บางครั้งเหมือนเธอไม่มีความรัก

    บางครั้งเหมือนเธอมีความรักที่เต็มเปี่ยม

    บางครั้งเหมือนเธอเศร้าเพราะไม่มีใคร

    ความรู้สึกของเธอเป็นอย่างไร

    รักใครอยู่รึเปล่า

    หรือแค่ปลื้มใคร ?

    เธอช่างเฉยชากับความรักที่ใครหลายคนมอบให้เธอเหลือเกิน

    หรือเธอมีใครอยู่ในใจอยู่แล้ว

    ทำให้ฉันไม่มั่นใจในความรักที่เธอมี

    ฉันอาจต้องเป็นเหมือนใครหลายๆคนที่ไม่ได้รับการตอบรับจากเธอ

     

     

     

    แต่สำหรับฉันแล้ว                    ความรักที่มีให้เธอ

    มันอาจไม่ยิ่งใหญ่เท่าของ             ใครๆที่บอกเธอว่ารัก....

    ฉันมีความสุขใจที่เห็นรอยยิ้มเธอ     ฉันมีความสุขเมื่อเธอมีความสุข

    ฉันมีความสุขใจแม้แค่ได้เห็นใบหน้าที่แสนจะมีความสุขตลอดเวลาของเธอ

    ฉันมีความสุขเมื่อเห็นเธอมีความสุขกับสิ่งที่เธอทำอยู่ไม่ว่าอะไรก็ตาม

    ฉันมีความสุขเมื่อเห็นเธอประสบความสำเร็จกับอะไรก็ตาม

    ฉันอยากนั่งในวงเหล้ากับเธอเมื่อเธอต้องการจะกินมัน

    ฉันมีความทุกข์ใจเมื่อเธอรู้สึกท้อแท้ใจ

    ฉันมีความทุกข์ใจเมื่อเห็นเธอร้องให้

    ฉันมีความทุกข์ใจเมื่อเธอ....

    ความรักของฉัน

    ก็คงมีแค่นี้

    ...

    .

     

    นี้คือความเหงาที่อบอุ่นของชายคนหนึ่งที่คอยมองดูเธออยู่

    ถึงวันนี้เธอจะยังไม่เห็นมัน

    แต่สักวันเธอก็คงมองไม่เห็นมัน

    ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ

    ฉันจะไม่แก่งแย่งกับใคร

    ฉันจะไม่ดึงเธอ

    หรือผูกมัดเธอด้วยคำว่า"รัก"

    แต่ฉันจะมองดูเธอมีความสุขกับใครที่เธอ "รัก"

     
    October 24

    รับน้องภาค

    รับน้องภาคในปีนี้ไปที่เดิมกับตอนที่เราอยู่ปี 2 แต่ว่าปีนี้น้ำทะเลใสมากๆ แต่เสียอย่างเดียวคือเราไปช่วงที่น้ำมันขึ้นตอนกลางวัน
    ทำให้ไม่ได้แกล้งน้องตรงริมชายหาดแต่ว่าพอตกกลางคืนน้ำลดก็จะมีชายหาดที่กว้างมากๆ ให้หนุ่มสาวได้ไปเดินเล่นบอกรักกัน
    มีหลายคู่เหมือนกันนะเหอๆเท่าที่สังเกต อากาศดีเอามากๆ ปีนี้ในตอนรายงานตัวน้องใหม่และล่าลายเซ็นรุ่นพี่รู้สึกว่าน้องจะไปเร็วกว่าที่คิด
    ไม่ถึง เที่ยงคืนหายไปกันแทบหมด รู้สึกว่า เหล้าหมดไป 2 ลังรึเปล่านะ และเบียร์อีกนับไม่ถ้วน เหอๆ แต่น่าสงสารก็ตรงเช้าวันต่อมา
    สงสารแม่บ้านที่ต้องมาทำความสะอาดอ้วกของน้องๆ เห็นน้องบางคนบอกว่าแม่บ้านที่เข้าไปทำความสะอาดแทบส่ายหัวเลยอะนะ
    ส่วนพวกเราปี 4 อะเหรอก็มีบางส่วนนั่งกินเหล้าป๊อกกันและบางส่วนก็นั่งเล่นกีต้าและกินเบียร์กัน ก็ดูสนุกดี และมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น...
    ไม่ขอบอกแล้วกัน แต่มันเป็นเรื่องของความรักของหนุ่มสาวอะนะ วันนี้ก็ดูตัวเองรู้สึกเศร้าๆยังงัยไม่รู้นะอาจเป็นเพราะว่าไม่ได้เห็นหน้าใครบางคน
    ไม่รู้หายไปไหนและอีกอย่างก็รู้สึกผิดเรื่องของไอ้เหมาอะนะเชื่อปะหละว่าทั้ง 2 ปีที่ไปรับน้อง เราอยู่เบื้องหลังของการเมาของ 2 คน ตอนปี 3
    ก็เรื่องของบักตั้ม ที่เราบอกน้องเอาไว้แต่ไม่น่าเชื่อว่าน้องมันจะเล่นจริงๆ เหอๆ เอาซะบักตั้มหนีไปอ๊วกเลยซะงั้น จนบอกว่าเลิกเล่นกันได้แล้วไม่งั้น
    ไปยิ่งกว่านี้อีก และในปีนี้ก็บักเหมา ก็ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายไม่นึกว่ามันจะน้อยใจขนาดนี้ ก็กะว่าจะเล่นๆแค่นั้นเองเลยบอกให้บักเหลิม
    น้องฝ่ายไปบอกเพื่อนๆว่า ให้บอกว่ารักพี่เหมา แต่ว่าไม่มีใครกล้าก็เลยเพิ่มเงื่อนไขให้คือถ้าใครรักพี่เหมา ให้มาเอาลายเซ็นพี่ปี 4 ฟรีกับเรา 1 ลายเซ็น
    ปรากฎว่ามีจริงๆ ยังงัยวันนั้นก็ต้องขอโทษเพื่อนเหมาด้วยแล้วกันไม่นึกว่านายจะน้อยใจขนาดนี้ และก็ขอโทษท่านชงที่รับไปเต็มๆ ขอโทษทุกคนด้วยนะครับ
    จะไม่ทำอีกแล้วแง้ๆ.... ส่วนวันที่ 2 นี้ก็สนุกดีได้แกล้งน้องถึงแม้ว่าจะไม่มีชายหาดให้เล่นแต่เราก็มีที่เล่นที่อื่นเหมือนกันสนุกดีอะนะ ส่วนตอนกลางคืน
    ก็มีการย่างอาหารทะเลกัน อร่อยดีอะนะแต่ต้องขอแอบไปงีบหลับก่อนง่วงอย่างรุนแรงและมีอาการเหมือนว่าจะท้องร่วงเล็กน้อยเลยอดกินย่างปลาหมึกและย่างหอยเลย
    T^T ตื่นมาอีกทีก็เกือบจะตี 1 ก็เลยออกไปดูสักเล็กน้อยปรากฎว่าหายไปไหนกันเกือบหมดเหลือวงเหล้าไม่กี่วงเอง เหอๆ น้องเทกก็หาหลานเทคก็หา เหอๆ
    เรื่องราวต่างๆทั้งหมดก็มีแค่นี้แล ขี้เกียจเขียนแล้ว เออ สำหรับเราตอนนี้ในที่สุดก็บอกออกไปแล้วเหมือนกันถึงแม้จะไม่ได้บอกด้วยปากเพราะหาโอกาสยากชิป รวมทั้ง
    ไม่อยากจะให้เหมือนคนอื่นที่ไปบอกรักกันริมทะเล ก็เลยส่ง message เอา เหอๆ ไม่รู้ว่า respons จะเป็นยังงัยแต่ก็ดีใจที่ในที่สุดก็ไม่ได้เก็บความรู้สึกนี้ไว้
    อีกต่อไปแล้ว อัดอั่นมา 4 ปีเต็ม ในที่สุดมันก็หลุดออกไปซะที ต่อจากนี้จะเป็นยังงัยก็ไม่รู้ ขอให้มันอย่าเป็นเหมือนที่คิดไว้มาตลอดเหตุผลที่ไม่ยอมบอกออกไป...



    October 06

    เธอไม่เคยรู้

    เพลงนี้ฟังแล้วโดนใจอย่างรุนแรงเหอๆ ก็งี้แหละความรู้สึกของคนแอบชอบคนอื่นอยู่แต่ไม่กล้าบอก วันเวลาผ่านไป ปี 1 ก็แล้ว ปี 2 ก็แล้ว ปี 3 ก็แล้ว ปี4 ก็ยังไม่กล้า (แล้วแม่งกูจะบอกตอนไหนวะ เหอๆ )
    เพลง: เธอไม่เคยรู้
    อัลบั้ม:  All for men
    ร้องโดย: ต่อ
     
     
    ก็เคยรักเธอและยังรักอยู่ แต่ดูเหมือนเธอไม่เคยสนใจ
    อาจเป็นเพราะเราต่างกันมากมาย เลยทำให้เราไม่อาจร่วมทาง
    ยังจดจำเธอในทุกวันเวลา ที่ผ่านมายังคงคิดถึงเธอ
    แม้วันคืนจะเปลี่ยนแปลงไปเพียงใด ภาพเธอนั้นไม่อาจจะลบเลือน

    เธอไม่เคยรู้ เธอไม่เคยรู้
    ว่าในใจฉันมันมีแต่เธอ ในใจฉันมันมีแต่เธอ
    แต่เธอไม่เคยรู้ เธอไม่เคยรู้
    ว่าในใจฉันมันมีแต่เธอ ในใจฉันมันมีแต่เธอผู้เดียว

    ก็ยังเสียดายที่เราไม่รักกัน หากคืนและวันได้ผ่านคืนย้อนมา
    ถ้าบอกให้เธอ ให้เธอได้รู้ว่ามีฉันอยู่ตรงนี้ เธอได้ยินไหม
    ยังจดจำเธอในทุกวันเวลา ที่ผ่านมายังคงคิดถึงเธอ
    แม้วันคืนจะเปลี่ยนแปลงไปเพียงใด ภาพเธอนั้นไม่อาจจะลบเลือน

    เธอไม่เคยรู้ เธอไม่เคยรู้
    ว่าในใจฉันมันมีแต่เธอ ในใจฉันมันมีแต่เธอ
    แต่เธอไม่เคยรู้ เธอไม่เคยรู้
    ว่าในใจฉันมันมีแต่เธอ ในใจฉันมันมีแต่เธอผู้เดียว

    เธอไม่เคยรู้ เธอไม่เคยรู้
    ว่าในใจฉันมันมีแต่เธอ ในใจฉันมันมีแต่เธอ
    แต่เธอไม่เคยรู้ เธอไม่เคยรู้
    ว่าในใจฉันมันมีแต่เธอ ในใจฉันมันมีแต่เธอ...ไม่เคยรู้
     
     
    September 28

    Friend

    เป็นเพลงของ คุณ โอม ชาตรี คงสุวรรณ

    ซึ่งครั้งแรกที่ได้ฟังรู้สึกแปลกๆ เนื่องจากเป็นดนตรีบรรเลงและเมื่อได้ดู MV แล้วรู้สึกว่าทำได้ดีมากเสื่อเนื้อหาของเรื่องออกมาได้ดีพอสมควร ถ้าฟังดีๆ จะมีความรู้สึกว่าเป็นเพลงบรรเลงที่มีความหมายในตัวเองจริง ผมชอบเพลงๆนี้มากๆ สุดยอด!!!

     

     

    September 26

    ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ

    นั่งคนเดียวแล้วมองกระจก ที่สะท้อนแสงจันทร์วันเพ็ญ

    โดดเดี่ยวกับความเหงา อยู่กับเงาที่พูดไม่เป็น

    ฟังเพลงเดิมๆที่เรารู้จัก แต่ไม่รู้ความหมายของมัน

    หากฉันจะหลับตาลงสักครั้ง และพบกับเธอผู้เป็นนิรันดร์


    หากความรักเกิดในความฝัน เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน

    ปฏิทินไม่บอกคืนและวัน ดั่งที่ฉันไม่เคยต้องการ

    แต่อยากให้เธอได้พบกับฉัน เราสมรสโดยไม่มองหน้ากัน

    จูบเพื่อร่ำลาในความสัมพันธ์ ก่อนที่ฉันจะปล่อยเธอหายไปโดยไม่รู้จักเธอ



    ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ทุกๆครั้งที่ฉันตื่นนอน

    บทกวีไม่มีความหมาย ฉันงมงายสวดมนต์ขอพร

    หากจะมีโอกาสสักหน จะร่ายมนต์กับสายน้ำจันทน์

    เพื่อจะได้หลับตาลงสักครั้ง แล้วพบกับเธอผู้เป็นนิรันดร์

     

    ลองมองย้อนกลับไปเมื่อวันวาน

    ก็เหมือนคนทั่วไปแหละที่ชอบมองอะไรกลับย้อนไปเมื่อเวลาเรามีอายุมากขึ้น
    ลองมองย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
    เงื่อนไขคือสามารถเข้าเรียนคณะอะไรก็ได้ที่อยากจะเรียน โดยมีความตั้งใจเป็นบรรทัดฐาน
    ถ้า 4 ปีที่แล้ว ผมเลือกเข้าคณะแพทย์ วันนี้ผมคงยังอยู่ปี 4 และรออีก 4 ปีเพื่อจะจบ (อย่างน้อยความรู้ก็คงจะแน่นดีอะนะ) สาขาที่ผมสนใจคงเป็นจิตแพทย์ เพราะบ้าๆบอๆ เข้ากับนิสัยผมดี
    ถ้า 4 ปีที่แล้วผมเลือกเข้าเรียนคณะศิลปกรรม วันนี้ผมคงจะอยู่ปี 4 ที่มีความบ้าบอในตัวเอง ชอบทำอะไรบ้าๆบอๆ ไปวันๆ ซกม๊ก หนวดเค้ารุงรัง เพราะมันคงจะดูแนวๆดี
    ถ้า 4 ปีที่แล้วผมเลือกเข้าคณะ สถาปัตยกรรม นะวันนี้ผมคงเป็นเด็กปี 4 ที่รอเวลาจบ 5 ปี ตามหลักสูตร คงจะเรื่อยๆกับชีวิตปล่อยตัวเองให้ว่าง เผางานส่ง ทำอะไรก็ได้ที่กูอยากทำ ปากดีไปทั่ว เหอๆ
    ถ้า 4 ปีที่แล้วผมเลือกเข้า วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ณ วันนี้ผมก็คงไม่ได้รู้จักเพื่อน COE ที่น่ารักและแสนดีทุกคน อย่างนี้ และหลายสื่งหลายอย่างมันก็คงดูแปลกๆ ไป แต่สำหรับผมก็คงดีเพราะผมจะได้ไม่ต้องเรียน Math มากมายอย่างนี้ 
    ถ้า 4 ปีที่แล้วผมเลือกเข้าคณะอื่นที่ๆที่ไม่ได้พุดถึง ผมก็คง ไม่ได้รู้จักกับตึก CB ที่นั่งอยู่ตอนนี้ ไม่รู้จักเพื่อนๆ น้องๆ ที่สโม ไม่รู้จักน้องๆ ในฝ่าย ไม่รู้จักพี่ๆในฝ่าย และที่กล่าวมาก็คงไม่รู้จักผม ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาที่นี่ให้อะไรดีๆ กับผม ทำให้ผมได้คิดได้ทำ ได้เจอกับปัญหาต่างๆ แต่มันก็ผ่านไปได้ ถ้า ณ ตอนนั้น ผมหนีปัญหา ณ ตอนนี้ผมก็คงจะไม่ได้ยืนอยู่ตรงจุดนี้ ณ วันนี้ คิดแล้วก็แปลกๆ ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไปจะเป็นอย่างไรแต่วันนี้ที่นี่ให้อะไรที่มากกว่าคำว่า "วิศวะ"
    ผมรัก รักวิศวะ มอดินแดงแห่งนี้ และไม่เคยเสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนั้น
    " นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ล้วนองอาจพวกเราแสนภูมิใจ ร่วมศึกษากีฬาเราร่วมชิงชัย
    เพื่อสร้างไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน พวกเรานั้นร่วมรักและสามัคคี ทุกคนมีหลักชัยในดวงจิน
    ยามถวายร่างกายจิตใจยอมพลีสิ้น ทุกชีวินรักษาชื่อที่ลือชา
    ด้วยศักดิ์ศรีเรานี้จะมิให้ใครเหยียด รักษาเกียรติ Engineer ทุกเวลา
    เพื่อจุดมายจุดเดียวกันนี้ที่ข้างหน้า ผองเรามาอำนวยชัยให้ชาวเกียร์ ....."
     
     
     
    August 20

    48 ชั่วโมงที่เสียไป

     

    หลังจากที่คิดว่าจะเอาจริงเอาจังกับงานทางด้าน 3d ก็เริ่มปั้นอะไรไปเรื่อยๆ เช่น รถ ตราเกียร์ แต่ไม่เสร็จสักกะอย่าง แหะๆ หลังจากที่กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะใช้โปรแกรมอะไรเป็นหลักดี ระหว่าง 3D Max กับ MAYA ซึ่งแต่ละตัวก็มีข้อดีต่างกันชอบบาง option แต่ไม่ชอบบาง option แต่สุดท้ายก็ตกลงปลงใจเลือกใช้ Maya และนี้เป็นงานชิ้นแรกที่ทำเกือบเสร็จแล้ว และดูๆ ไปก็น่ารักดี นี่แหละคือโลกจินตนาการของผม

    สำหรับ โมเดลตัวนี้ปั้นนานประมาณ 48 ชั่วโมง มั้ง แต่ว่าไม่ปั้น 2 วันต่อกันนะ พอดีเริ่มทำช่วงสอบก็อย่างนี้แหละช่วงสอบทีไรก็ต้องหาอะไรทำและก็ไม่ได้นอนมา 2 คืน (นอนกลางวันเอา) และแล้วโมเดลตัวนี้ก็ออกมาเรียบร้อย และได้เห็นปัญหาต่างๆมากมายที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะปั้นอะไรสักอย่าง ต้องรู้สัดส่วน (อยากเรียน anatome เหอๆ) ถ้าเป็นคนทางด้านสายศิลป์โดยตรงก็คงไม่ยากเท่าไหร่ในการที่จะรู้สัดส่วนต่างๆ ดีกว่า ก็เราเรียนคอมนิหว่า สรุปการ dafft ก็เป็นเรื่องงานและช่วยได้เยอะถึงแม้จะใช้เวลานานก็ตาม

      

    August 14

    นิทาน เรื่อง เด็กเอ๋ยเด็กน้อย

    นานมาแล้ว สักประมาณ 17 ปีมั้ง มีเด็กชายคนหนึ่งเค้ามีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากมีความฝันเป็นของตัวเอง

    และแล้วกมาถึงวันที่มีความสำคัญมากๆวันหนึ่ง และเป็นวันที่เค้าไม่เคยลืมมันไปจากใจของเค้าเพราะเป็นวันที่เค้าคนนั้นเสียความกล้า ความมั่นใจ ความเชื่อถือ และความไว้ใจ .... ก่อนวันนั้นหนึ่งวันเค้าได้บอกกับแม่ของเค้าว่า"แม่ครับไปงานวันแม่ที่โรงเรียนจัดให้ได้นะครับ แม่ต้องไปนะครับ ไปนะครับ " และแม่ของเค้าก็รับปากเค้า แต่แล้วพอถึงวันเช้าวันนั้นแม่ของเด็กคนนั้นกลับไปไม่ไปตามที่ได้สัญญากับเด็กคนนั้นไว้ เด็กคนนั้นรอแล้วรอเหล่า แต่แม่เค้าก็ยังไม่มาแต่แล้วเค้าก็ไปนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว และนั้นแหละเป็นความมุ่งมั่นของเด็กคนหนึ่งที่มีต่อเรื่องเล็กๆ ที่ใครๆคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ของเด็กคนหนึ่ง แต่มันกลับเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนนั้นไปตลอดการ ความกล้า ความมั่นใจ ความไว้ใจ ความเชื่อใจ มันก็หายไปและไม่เคยกลับมาหาเค้าอีกเลย  เค้าอยู่ในโลกของความอ้างว้างมานานมากๆ เค้าไม่เคยแสดงความรักที่มีต่อแม่ของเค้าเลย เหมือนทำตามหน้าที่ลูกคนหนึ่งเท่านั้น แต่ว่าในใจเค้ารู้ดีว่าเค้ารักแม่ของเค้ามากแค่ไหนมากซะจนไม่สามารถบรรยายออกมาได้ แต่ก็ไม่เคยแสดงมันออกมา  แม้โตขึ้นเค้าคนนั้นเข้าใจว่าทำไมแม่ถึงไม่มาในวันนั้น แม่ของเค้าติดงานไม่สามารถมาได้ แต่ว่ายังงัยหละ ความกล้า ความมั่นใจ ความไว้ใจ ความเชื่อใจ  มันก็ยังไม่ยอมกลับมาหาเค้าอยู่ดี แต่เค้าก็พยายามทำให้มันกลับมาแต่มันก็ไม่ยอมกลับมาหรอกเค้ารู้ดี ด้วยเหตุนี้แหละเค้าถึงไม่ยอมไหว้แม่ของตัวเองในวันที่ 12 สิงหาคม แต่เค้าจะไหว้แม่ในวันอื่น เพราะเค้าคิดว่าจะไปเห่อตามคนอื่นทำไมเพราะเค้ารักแม่ของเค้าทุกวัน ไหว้วันไหนก็มีแค่เท่ากัน... เด็กน้อยความคิดก็ยังเป็นเด็กๆอยู่อย่างนี้แหละ.... เรื่องก็จบลงด้วยการบอกว่าเค้ารักแม่ของเค้ามากๆๆๆๆๆๆๆๆถึงมากที่สุด

    สุดท้ายนี้ผมก็ก็อยากบอกแม่ของผมว่าผมก็เหมือนกับเด็กคนนั้นแหละ "ผมรักแม่"มากที่สุดเลยครับ

    August 01

    ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง

    ขอบคุณ ระยะทาง ที่ทำให้เราต้องห่างไกล
    ขอบใจ เธอเหมือนกัน ที่เธอเลือกจากฉันไปแสนไกล
    ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร
    ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหวที่มาทักทายใจ
    ทำให้ฉันได้รู้ หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหว

    เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ
    เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ ว่าเป็นเธอที่ ฉันรักหมดหัวใจ

    วันนี้มาพบเธอ ด้วยใจที่เดินอย่างอ่อนล้า
    ต้องการมาพบหน้า ต้องการจะบอกว่าเพิ่งเข้าใจ
    ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร
    ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหวที่มาทักทายใจ
    ทำให้ฉันได้รู้ หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหว

    เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ
    เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ ว่าเป็นเธอ ที่ฉันรักหมดหัวใจ

    มีคนเคยบอก ถ้าไม่สูญเสียบางอย่าง ก็ยังไม่รู้คุณค่าของสิ่งนั้น
    เหมือนอย่างตัวฉัน ที่เพิ่งรู้ว่าคืนวัน ที่ผ่านมาว่าใครคือคนสำคัญ

    เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ
    เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ ว่าเป็นเธอ ที่ฉันรักหมดหัวใจ  

     
     
     
     
     
     
     
     
    July 27

    ตัดผมใหม่

    เค้าบอกไว้ว่า เมื่อผู้ชายอกหักมักจะตัดผมสั้น....เหมือนเป็นการทิ้งความทรงจำที่มีกับเธอทั้งหมด..
     
     
    แต่แล้วรู้สึกรำคาญผมตัวเองเป็นอย่างมากไม่ได้อกหักประการใดหรอก และอีกอย่างใครบางคนก็ไม่ชอบผู้ชายผมยาวรกรุงรังก็เลยตัดใจตัดซะ แต่ก็ไม่ได้ตัดสั้นนะ ก็แค่ไปยืดผมมาแล้วก็ตัดให้มันดูดีขึ้นแค่นั้นเอง (ดูดีขึ้นรึเปล่าวะ) ก็เพื่อนมันก็หาว่าเราเถื่อน ตัดไปซะก็ดี แต่เปลื่องชิปตรงที่ยืดผมอะแหละ และก็เซงนิดหน่อยตรงที่ตังหมดกระเป๋าเลย แหะๆ เอาน่าเพื่อบุคลิกที่ดีขึ้น ว่างั้นไป แค่นี้แหละ
    July 20

    ความเหงาที่อบอุ่น

    "ความเหงาที่อบอุ่น"
     
    ในวันเหงาๆของใครบางคน เค้าอาจจะชวนเพื่อนไปนั่งกินเบียร์ร้านเหล้า
    หรือนั่งกินเหล้ากันในช่วงเวลาที่อากาศหนาวๆ มีเพลงเปิดคลอ
    จะทำให้รู้สึกอบอุ่นเมื่อคุณเหงาๆ
     
     
    "ความเศร้าที่สุขใจ"
     
    เวลาที่คุณนั่งๆ เศร้าๆ ไม่มีอะไรทำ ไม่มีใครสนใจ ไม่มีแม้แต่หมาจะเหลียวมอง
    ลองไปนั่งร้านเหล้าคนเดียวและสั่งเบียร์สักขวดมานั่งดื่ม นั่งมองไปโต๊ะข้างๆ และรอบๆ
    นั่งไปสักพัก คุณรู้สึกสุขใจ แม้จะเศร้าใจแค่ใหนก็ตาม
     
     
    "ความอ้างว้างที่คิดถึง"
     
    ลองนั่งๆ คิดอะไรไปเรื่อยๆ
    จะรู้สึกว่าตัวเองอ้างว้าง ลองย้อนนึกถึงความหลังครั้งเมื่อยังมีความรู้สึกดีๆ
    จะทำให้คุณคิดถึง คนอื่นๆมากขึ้น เข้าใจอะไรมากขึ้น
    พูดมาแล้วอยากร้องให้
     
    "ความโหดร้ายบนโลกใบนี้"
     
    ความโหดร้ายที่รับไม่ค่อยได้คือความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันของคนบนโลกใบนี้
    เพื่อที่จะอยู่ในโลกใบนี้ได้เราต้องเข้มแข็งและใช้ปัญญาที่มีอยู่
    สร้างความเจริญและทำให้ความโหดร้ายบนโลกใบนี้เป็นเพียงคำที่ตายไปแล้ว....
     
    by ToShiKiKung
     
     
    July 09

    MAYA FERVER

     ตอนนี้อยู่ในช่วงที่ บ้าภาพ 3D สุดๆ กำลังจะพยายามหันหัวเรือตัวเองสู่งานที่ชอบและคิดว่าจะยึดเป็นงานหลักถ้าจบไป ( ถ้ามีฝีมือพอนะ) กำลังหันมาจับงานทางด้าน Graphic และ Animation เป็นการใหญ่ และงานนี้ได้ลองทำตรามหาลัย และตราเกียร์รุ่น ออกมาโดยใช้โปรแกรม MAYA 8.5 ซึ่ง ต่อไปถ้ามีเวลาอาจจะทำเป็น tutoral มาลงใน blog ไปแล้วกันหลงๆลืมๆของตัวเองด้วย ในที่สุด Toshiki น้อยอย่างผมก็พบทางของตัวเองแล้วถึงแม้จะชล่าไปมานานแต่จะเริ่มจริงๆจังๆแล้วซักที่ เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
     

     by ToShiKiKung

     

    June 15

    เธอมีจริงหรือเปล่า

     
    อยู่ตัวคนเดียว พยายามไม่แคร์อะไร
    จะออกไปที่ไหน ทำตัวตามสบาย ไม่ทุกข์ร้อน
    เหงาเมื่อไรก็แค่ไปดูหนัง ชอบไปอินกับรัก กับเรื่องของใคร
    ทั้งที่จริงมันไม่ใช่ตัวฉันเลย
    เป็นคนขี้เหงา ทนทำตัวเหมือนคนไม่เหงา
    อยากมีแฟนอย่างเขา ได้แต่อดและทน เก็บมันไว้
    คิดถึงใครคนนั้นที่มองหา คิดถึงคนที่ไม่เคยเจอหน้ากัน
    คิดถึงใครคนนั้น มากมายเหลือเกิน
    ฉันไม่รู้เธอมีอยู่จริงหรือเปล่า จะเจอเธอที่ไหนในโลกนี้
    ฉันนั้นเฝ้ารออยู่ด้วยใจเต้นถี่ เธออยู่ที่ไหน ได้ยินไหม
    ฟ้าไม่ได้เป็นใจให้เราพบกัน แต่ฉันจะไปหาเธอให้ได้
    ขอให้ได้ไปบอกถ้อยคำสักคำ อยากให้เธอรู้ ได้ยินไหม
     
    ลีโอพุฒ Allbum: Werk shop